Wednesday, November 12, 2014

ฟินแลนด์กับการก้าวเข้าสู่สังคมความรู้และนวัตกรรม

ฟินแลนด์กับการก้าวเข้าสู่สังคมความรู้และนวัตกรรม


ประเทศฟินแลนด์ใช้เวลา 30 ปีในการก้าวเข้าสู่สังคมความรู้และนวัตกรรม โดยใช้ระบบรัฐสวัสดิการ การพัฒนาระบบการศึกษาที่เน้นการพัฒนาผลสัมฤทธ์ทางการเรียนของผู้เรียน และระบบนวัตกรรมแห่งชาติในการพัฒนางานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และสังคม เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ นโยบายด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการพัฒนาระบบงานวิจัยและพัฒนา โดยให้ทุนสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยจำนวนมาก เพื่อใช้ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาไปเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและการผลิต การพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และการส่งออกที่เกิดจากทรัพย์สินทางปัญญาของคนในประเทศ จนทำให้ประเทศฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารนิวสวีคให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดในโลกในปี พ.ศ. 2553 จากการจัดอันดับของ 100 ประเทศ (http://www.newsweek.com/best-countries-world-71817)โดยการเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมือง ในโมเดลฟินนิชตามโปรแกรมสังคมสารสนเทศ (Information Society Program) เริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศเช่นเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา หลังจากนั้นจึงพัฒนาเนื้อหาสารสนเทศสำหรับการเรียน (Content production) การพัฒนาการสอนครู (teacher training) และการพัฒนาการใช้สารสนเทศของผู้ใช้บนระบบเครือข่าย

นอกจากนี้ประเทศฟินแลนด์ได้จัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมสารสนเทศ (Finnish model of the information society) ในปี พ.ศ. 2538 และ ต่อมาในปี  พ.ศ. 2541ได้พัฒนาแผนกลยุทธ์ภายใต้แนวคิดของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความรู้และความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (national innovation system) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูงเป็นอันดับต้นของโลก  โมเดลฟินแลนด์ได้แสดงให้เห็นการเชื่อมโยงของระบบรัฐสวัสดิการกับความสามารถทางแข่งขันทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือประชากรฟินแลนด์ให้ความสนใจและมุ่งมั่นในการปรับใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีทั้งในการทำงานและในชีวิตประจำวัน โดยคำนึงถึงผลกระทบของเทคโนโลยีและการสื่อสารต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามโมเดลฟินแลนด์

จุดเด่นของการพัฒนาโครงการวิจัยในฟินแลนด์คือ การเน้นสร้างองค์ความรู้ใหม่ การเผยแพร่ผลงานวิจัย การมีระบบประเมินผลที่ดี มีข้อมูลเชิงสถิติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และการเชื่อมโยงงานวิจัยจากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยโครงการวิจัยขนาดใหญ่จะมีโครงการวิจัยขนาดเล็กที่เชื่อมโยงกัน แต่ละคณะในมหาวิทยาลัยจะมีผู้อำนวยการวิจัยที่เป็นผู้ประสานงานและกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานวิจัยร่วมระหว่างสาขา แต่ละงานวิจัยจะมีหัวหน้าโครงการและนักวิจัยอยู่ในทีม ซึ่งนักวิจัยแต่ละคนจะได้รับมอบหมายงานวิจัยคนละเรื่องที่สัมพันธ์กันในกลุ่มวิจัย เรียกว่า research group จะเห็นว่าในแต่ละคณะจะมีตำแหน่งนักวิจัยจำนวนมาก ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนางานวิจัยโดยเฉพาะ ทำให้มีบทความวิจัยที่นำลงเผยแพร่ในวารสารที่มีการอ้างอิง(impact factor)ปีละประมาณ 8,000 บทความ และมีการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ใหม่เฉลี่ยปีละประมาณ 2,000 รายการ

จะเห็นได้ว่าปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนานวัตกรรมคือความคิดใหม่หรือความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากสารสนเทศ ความรู้ ซึ่งมีทั้งสารสนเทศทั่วไป และสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ป้อนเข้าสู่อุปกรณ์รับข้อมูลโดยมีผู้รับและผู้ส่งข้อมูล คือสารสนเทศ เพื่อให้เกิดการประมวลผลและสามารถแสดงผลออกมาตามคำสั่งที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกับสมองของมนุษย์ การที่จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น ต้องป้อนข้อมูลที่เป็นสารสนเทศและความรู้เข้าสู่ระบบสมองเพื่อให้เกิดการประมวลผลในการสร้างความคิดใหม่หรือความรู้ใหม่ หากสารสนเทศเป็นปัจจัยนำเข้าของสังคมความรู้ นวัตกรรมก็เป็นเป้าหมายหรือผลลัพท์ของสังคมความรู้ ดังนั้นทุกประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเป็นสังคมสารสนเทศและสังคมความรู้เช่นเดียวกับที่องค์การยูเนสโก ได้ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันของสังคมสารสนเทศและความรู้ของประชาชน ไม่ให้เกิดช่องว่างทางสารสนเทศ (เช่นการมีห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ที่ดีในทุกชุมชน) และช่องว่างดิจิทัล (Digital divide) ส่วนสารสนเทศที่ป้อนเข้าสู่ระบบนวัตกรรมแห่งชาติส่วนใหญ่นั้นเป็นสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์ (scientific information) ซึ่งผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา จึงจะเป็นสารสนเทศที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้นสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์จึงควรจะเข้าถึงได้ง่ายอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะมีผลกระทบย้อนกลับสู่สังคม จึงกล่าวได้ว่าในสังคมสารสนเทศ สารสนเทศทางวิทยาศาสตร์เป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะ (public goods) ที่ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญอย่างมากทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ สถิติที่สำคัญของฟินแลนด์  การวิจัยในฟินแลนด์

การจัดอันดับสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล Digital economy ranking 2010

ปัจจัยที่เป็นเครื่องวัดอันดับเศรษฐกิจดิจิทัล ประกอบด้วย

1. Connectivity and technology infrastructure
2. Business environment
 
3. Social and cultural environment
4. Legal environment
 5. Government policy and vision
 6. Consumer and business adoption

Sunday, August 10, 2014

Visit University of Tampere, Finland

การมาทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกทุน คปก.ที่ฟินแลนด์ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2557 เป็นภารกิจสำค้ญอย่างหนึ่ง การได้มาชมความสวยงามของธรรมชาติ จึงมีเรื่องเล่าหลากหลายเรื่องราว







Visit National Taiwan Normal University

ภารกิจการเดินทางไปศึกษาดูงานในชุดวิชาสัมมนาดุษฎีบัณฑิตประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศศาสตร์ มสธ.ที่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ที่ประเทศไต้หวัน เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจและมีเรื่องเล่ามากมาย










Tuesday, January 7, 2014

Visit museums in Switzerland.

การเดินทางเพื่อชมศิลปวัฒนธรรม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศาสนสถาน เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ขอบคุณโอกาสดีๆและเพื่อนร่วมทางที่อดทนไปชมห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ในสวิสเซอร์แลนด์ด้วยกัน ด้วยคำถามที่ว่าห้องสมุดอีกละ? พิพิธภัณฑ์ก็ได้ค่ะ

 









Sunday, December 1, 2013

CONSAL 2012 in Bali, Indonesia

This is my first CONSAL in Bali, Indonesia. เป็นโอกาสที่ได้มานำเสนอผลงานในการประชุมสภาบรรณารักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพใน 3 ปีต่อมา












Data Seal of Approval (DSA) เป็นการรับรองคุณภาพข้อมูลวิจัยดิจิทัล(Digital Research Data)


Data Seal of Approval (DSA) เป็นการรับรองคุณภาพข้อมูลวิจัยดิจิทัล(Digital Research Data) ใน

คลังข้อมูล(repository)ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันว่าข้อมูลวิจัยมีการจัดเก็บอย่างครบถ้วนไว้ในคลังข้อมูล(Data
Repository)ที่มีเมทาดาทา เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าสามารถค้นหาข้อมูลวิจัยได้ในอนาคต โดยคลังข้อมูล (repository) ที่

พร้อมต่อการประเมินเพื่อรับการรับรอง สามารถสมัครได้ที่ https://assessment.datasealofapproval.org/apply/

โดยมีแนวปฏิบัติ 16 ข้อดังนี http://www.datasealofapproval.org/?q=node/35

หน่วยงานที่ดูแลการรับรองคุณภาพข้อมูลวิจัยคือ DANS (Digital Archiving & Networked Services) เป็น


สถาบันการศึกษาด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ ภายใต้การสนับสนุนขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์
 

ของเนเธอร์แลนด์ (an institute of the Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences (KNAW), and is also supported by the Netherlands Organization for Scientific Research (NWO) )ได้ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ

 

ในการกำหนดมาตรฐานให้กับการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลวิจัยจากคลังข้อมูลที่ได้มาตรฐาน ได้ทำฉบับร่างขึ้น มาในปี2008 และมีการรับรองคลังข้อมูลมาตรฐานในปี 2010 เป็นต้นมา
 
อ่านเพิ่มเติมที่ http://datasealofapproval.org/en/